ความเคลื่อนไหว

  • ความคืบหน้าโครงการ > Pocket Park - พัฒนาพื้นที่ว่างในเมืองให้เป็นพื้นที่สีเขียว by we!park

    แผนการดำเนินโครงการPocket Park - พัฒนาพื้นที่ว่างในเมืองให้เป็นพื้นที่สีเขียว by we!park

    4 พฤศจิกายน 2022

    จากกการระดมทุนในโครงการ Pocket Park - พัฒนาพื้นที่ว่างในเมืองให้เป็นพื้นที่สีเขียว โดย we!park ในการจัดทำเครื่องเล่นและป้ายข้อมูลในพื้นที่สวนวัดหัวลำโพงรุกขนิเวศน์นั้น ในส่วนของเครื่องเล่นได้จัดทำให้แล้วเสร็จและติดตั้งในพื้นที่สวนเรียบร้อยแล้ว และได้ปรับเปลี่ยนแผนกิจกรรมใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับงบประมาณที่ได้รับจากการระดมทุนในการนำมาใช้สำหรับการจัดกิจกรรมร่วมออกแบบป้ายข้อมูลสวน และป้ายให้ความรู้ในสวน โดยทีมสนใจที่เป็นกระบวนกรที่ดำเนินการในพื้นที่อยู่แล้วร่วมกับชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียโดยรอบ

    กิจกรรมร่วมออกแบบป้ายข้อมูลสวนและป้ายความรู้นั้นจะเป็นการจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (workshop) ในการระดมความคิดในการออกแบบและให้ข้อมูลว่าจำเป็นต้องมีรายละเอียดของข้อมูลอย่างไรบ้าง เพื่อให้ตอบสนองต่อความต้องการ และชี้แจงรายละเอียดต่อผู้ที่เข้ามาใช้งานสวนได้อย่างครบถ้วน ทั้งนี้กิจกรรมร่วมออกแบบป้ายข้อมูลนี้จะจัดขึ้นพร้อมกับกิจกรรมรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้งานและการบริหารจัดการพื้นที่สวน ครั้งที่ 1 เนื่องจากการจัดทำพื้นที่สาธารณะสีเขียวขนาดเล็กโดย we!park เล็งเห็นความสำคัญของกระบวนการที่ทำให้เกิดพื้นที่สาธารณะสีเขียวขนาดเล็กตั้งแต่กระบวนการริเริ่มจัดตั้งโครงการ การสำรวจพื้นที่ การเก็บข้อมูลภาคสนาม การออกแบบอย่างมีส่วนร่วม การรับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย การสร้างปฏิสัมพันธ์ของผู้คนในพื้นที่ จนถึงกระบวนการดูแลรักษาและบริหารจัดการพื้นที่ร่วมกันของชุมชนและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง จึงเป็นกิจกรรมที่ชุมชนจะได้ร่วมกันคิดและให้ความคิดเห็นในการพัฒนาพื้นที่ ซึ่งป้ายข้อมูลสวนและป้ายความรู้ต่าง ๆ จะมีรายละเอียดส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดในการใช้พื้นที่ การดูแลรักษา และเงื่อนไขในการใช้งานพื้นที่สวน

    ดังนั้น การจัดทำจะเป็นการออกแบบแบบทางเลือกโดยนักออกแบบเบื้องต้นเพื่อให้เป็นรูปแบบและลักษณะของป้ายเพื่อการก่อสร้างจัดทำ โดยนำมาใช้ในกิจกรรมร่วมออกแบบเพื่อให้ได้รายละเอียดของข้อมูลภายในป้าย เนื้อหาที่ต้องการ ข้อกำหนดและเงื่อนไขของการใช้งานสวน รวมถึงรับฟังความคิดเห็นว่ารูปแบบและลักษณะของป้ายทางเลือกที่นักออกแบบได้ออกแบบมาเบื้องต้นนั้นเป็นอย่างไร รวมถึงการพิจารณาตำแหน่งที่จะติดตั้งป้ายเหล่านั้นด้วย

    แผนงบประมาณใหม่

    แผนการดำเนินงาน

    ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการทำโครงการ

    ภาพประกอบ

    สวนสาธารณะหัวลำโพง


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > โครงการใครๆ ก็เรียนได้ เพื่อสร้างแรงใจให้กับเด็กกลุ่มเปราะบาง

    จัดซื้อแท็บเล็ตให้เด็กๆไร้บ้าน จำนวน 3 เครื่อง เพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้ออนไลน์

    2 พฤศจิกายน 2022

    โครงการ "ใครๆ ก็เรียนได้ เพื่อสร้างแรงใจให้กับเด็กกลุ่มเปราะบาง" ได้นำเงินไปจัดซื้อ Tablet 3 เครื่อง เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน Online ให้กับเด็กๆทั้งการเรียนกศน. การเรียนศิลปะบำบัดในทุกๆวันเสาร์ และการเรียนต่อมวยในทุกๆวันอาทิตย์ โดยมีวิทยากรที่นำสอนการต่อยมวย

    โดยเด็กๆจะมีการสลับกันใช้อุปกรณ์ตามตารางเรียนของแต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม การมี Tablet จะทำให้เด็กสามารถเรียนได้ทันทีและเรียนได้หลายคนพร้อมกัน อีกทั้งยังเป็นการทำให้เด็กได้มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญของโลกยุคใหม่

    ความประทับใจของเด็กๆที่เข้าร่วมกิจกรรม



    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ 

    ภาพกิจกรรม

    กิจกรรมศิลปะบำบัด online

    กิจกรรมต่อยมวยต้านยาเสพติด online

    ฝากขอบคุณพี่ๆที่ใจดีทุกท่านที่ช่วยกันสนับสนุนกิจกรรมศิลปะบำบัดและกิจกรรมต่อยมวยต้านยาเสพย์ติดของน้องๆกลุ่มเปราะบางไร้บ้านให้มีชีวิตที่ดีขึ้นด้วยนะคะ

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > จิตวิทยาบำบัดและกิจกรรมบำบัด เพื่อเด็กที่ถูกคุกคามทางเพศ และถูกใช้ความรุนแรงในครอบครัว

    กิจกรรมบำบัดเพื่อเด็กที่ถูกคุกคามทางเพศและใช้ความรุนแรงในครอบครัวเดือน พ.ค.- ต.ค. 65

    2 พฤศจิกายน 2022

    โครงการได้จัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องในระหว่างเดือนพฤษภาคม - เดือนตุลาคม 2565 กิจกรรมที่จัดให้กลุ่มเด็กในโครงการแบ่งออกเป็น 3 กิจกรรมหลัก

    1. ทุกวันเสาร์อาทิตย์แรกและอาทิตย์ของเดือน เวลา 09.00 -11.00 น. เด็กอายุ 12-20 ปี จำนวน 22 คน กิจกรรม Big cleaning day ให้งานบ้านเยียวยาจิตใจ (จิตวิทยาของการเก็บกวาดและตกแต่งบ้าน)

    2. ทุกวันจันทร์ - อาทิตย์ ช่วงเวลา 16.00 -21.00 น. เด็กอายุ 12– 21 ปี จำนวน 22 คน ได้รับการบำบัดรายชั่วโมงผ่านกิจกรรม ONE ON ONE เป็นกิจกรรมที่ให้คำปรึกษากับเด็ก ผ่านทางการสำรวจ 5 ด้านหลักๆ คือ ด้านจิตใจ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ความสัมพันธ์ ด้านสังคม (ด้านการเรียน, การใช้ชีวิตในบ้านเด็ก)

     โดยกิจกรรมนี้จะมีการแบ่งเด็กออกเป็นสามกลุ่มตามจำนวนนักจิตวิทยา ซึ่งแต่ละคนจะมีการนัดเพื่อพูดคุยกับเด็กตามตาราง การพูดคุยจะมีแบบฟอร์มให้บันทึกการเปลี่ยนแปลงใน 5 ด้าน หากทำการพูดคุยเรียบร้อยนักจิตวิทยาจะมาพูดคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของเด็กและหาทางช่วยเด็กในด้านที่พวกเขาต้องการความช่วยเหลือ

    3. วันจันทร์ที่ 4 และ 10 ตุลาคม 2565 ช่วงเวลา 08.00 – 17.00 น. เด็กอายุ 12-21 ปี จำนวน 22 คน ทัศนศึกษานอกสถานที่ เรียนรู้ธรรมชาติ สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เด็ก (ธรรมชาติบำบัด)

    ความประทับใจจากเด็กที่ร่วมกิจกรรม

    นายไกรวิชญ์  “ได้ปรึกษาในสิ่งที่เรานั้นมีปัญหาและการเรียนต่างๆ และได้รับคำตอบที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้อย่างดี และได้ประทับใจคำถามแต่ละคำถาม และที่สำคัญคือได้ระบายความในใจให้กับพี่เลี้ยงได้รู้ในปัญหาของชีวิตเราครับ”

    นายสมยศ “ผมได้รู้จักความอดทนเพื่อไปสู่เป้าหมายและรู้จักช่วยเหลือคนอื่น และได้เห็นถึงความมีนํ้าใจของเพื่อน ประทับใจที่มีผู้หญิงไปถึงด้วย ถึงจะน้อยเเต่ก็เห็นความพยายามที่เขาตั้งใจเดินทางจุดเริ่มต้นจนถึงปลายทาง ได้รับอากาศที่ดีลมเย็นสบาย การไม่ทิ้งให้คนใดคนหนึ่งเดินคนเดียวทุกคนต่างรอกันเเเละกันจัดการอาหารน้ำให้พอดีเพื่อว่าจะไม่หมดก่อนที่จะถึงเป้าหมาย”

    น.ส.พัชราพร “ทำให้ทำงานได้รวดเร็วขึ้น มีความถูกต้องในการทำงานมากขึ้น ได้บรรยากาศและสภาพแวดล้อมที่ดีขึ้น เกิดความร่วมมือ ร่วมใจ สามัคคี ทำให้มีระเบียบวินัยมากขึ้นและเห็นถึงข้อเสียของความไม่เป็นระเบียบในบริเวณมูลนิธิ และการเป็นผู้นำที่ดีและผู้ตามที่ดีในการทำความสะอาด รับฟังความคิดเห็นของพี่เลี้ยงและปรับปรุงในการทำBig cleaning day”

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ (นับแบบสะสมตั้งแต่เริ่มทำโครงการ)

    ภาพประกอบ


    คำบรรยายภาพ : เป็นภาพที่พี่เลี้ยงกำลังพูดคุยกับน้องผ่านกิจกรรม ONE ON ONE เป็นกิจกรรมที่ให้คำปรึกษากับเด็ก ผ่านทางการสำรวจ 5 ด้านหลักๆ คือ ด้านจิตใจ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์ ความสัมพันธ์ ด้านสังคม (ด้านการเรียน, การใช้ชีวิตในบ้านเด็ก)


    คำบรรยายภาพ : เด็กร่วมกิจกรรม Big cleaning day เพื่อสร้างความสามัคคี การมีระเบียบวินัย และการเป็นผู้นำที่ดีและผู้ตามที่ดีเพื่อให้มีสังคม เกิดความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน


    คำบรรยายภาพ : กิจกรรมศึกษานอกสถานที่ เรียนรู้ธรรมชาติ สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้เด็กสู่การเอาชนะใจตัวเองในการไปสู่เป้าหมาย (ธรรมชาติบำบัด)

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สร้างห้องคอมพิวเตอร์และซ่อมแซมห้องสุขาโรงเรียนอนุบาลวัดต้นสน

    ปรับปรุงห้องน้ำ และมอบคอมพิวเตอร์ 20 เครื่อง ให้โรงเรียนอนุบาลวัดต้นสน

    2 พฤศจิกายน 2022

    โครงการนี้ริเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2022 ในการเก็บรวบรวมความต้องการจากทางโรงเรียนวัดอนุบาลวัดต้นสน อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี โดยระบุเป้าหมายหลักในการทำโครงการและขอบเขตการดำเนินงาน โดยประสานงานกับผอ. ของโรงเรียนและคุณครูที่เป็นตัวแทนประสานงานของโรงเรียนในการให้รายละเอียดห้องน้ำและห้องคอมพิวเตอร์ การสร้างห้องน้ำโดยเน้นไปที่ห้องน้ำเด็กอนุบาลที่เกิดปัญหามากที่สุด

    หลังจากนั้นเริ่มระดมทุนผ่านเทใจ และเตรียมจัดคอนเสิร์ตกับ Bangkok Charity Orchestra เพื่อระดมทุนเพิ่มเติม หลังจากที่ระดมทุนเรียบร้อยจึงเริ่มวางแผนเตรียมสร้างห้องน้ำกับผู้รับเหมาที่เป็นทางโรงเรียนเสนอมาให้ และเริ่มจัดซื้อคอมพิวเตอร์และโต๊ะเก้าอี้ห้องคอมพิวเตอร์ในช่วงสิงหาคม และส่งมอบงานที่เสร็จเรียบร้อยซึ่งเป็นพิธีส่งมอบงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 25 กันยายน 2565 เจ้าภาพ คือนักเรียนและคณาจารย์ของโรงเรียน รวมถึงเจ้าหน้าที่ประจำเขตการศึกษาได้เข้าร่วมด้วย

    โดยห้องน้ำเด็กอนุบาลทำแยกชายหญิง ปรับปรุงอ่างล่างหน้าใหม่ ห้องน้ำสำหรับคุณครูหนึ่งห้อง ห้องอาบน้ำหนึ่งห้อง ปรับทางเข้าให้สามารถเข้าห้องน้ำจากอาคารเรียนได้ ย้ายคอมแอร์ที่ขวางทางเดินนักเรียน เพิ่มบันไดให้เด็กอนุบาลมาเข้าห้องน้ำได้ง่ายขึ้น แก้ปัญหาวางท่อระบายน้ำใหม่ที่เป็นปัญหาใหญ่ ปรับทัศนียภาพห้องน้ำให้สว่างขึ้นจากปัญหาเด็กไม่กล้าเข้าห้องน้ำเพราะมืดและไม่สะอาด

    สำหรับห้องคอมพิวเตอร์จัดซื้อคอมพิวเตอร์ใหม่ที่เป็น PC All in one ทั้งหมด 20 เครื่อง พร้อมโต๊ะและเก้าอี้ วางระบบอินเตอร์เน็ตและเครื่องสำรองไฟฟ้าใหม่เพื่อป้องกันไฟตกและไฟไม่พอสำหรับห้องคอมพิวเตอร์ โดยห้องนี้จะถูกจัดใช้ในการเรียนการสอนของนักเรียนประถมปลาย (ป.4-ป.6) โดยไม่ใช่แค่นักเรียนโรงเรียนอนุบาลวัดต้นสนอย่างเดียว แต่รวมถึงนักเรียนในเครือข่ายของโรงเรียนที่มีการร่วมมือกันตามระเบียบกระทรวง และ โรงพยาบาลในชุมชมที่ขอยืมใช้คอมพิวเตอร์ในการฝึกอบรม

    ความประทับใจจากครูและนักเรียน

    นวพร มากสอย(ครูเรียม) “ดีใจและไม่คิดว่าจะมีคนติดต่อมา โรงเรียนเรา 100 ปีแล้วจะเห็นว่าคอมพิวเตอร์เนี่ย จะอายุ 10 ปี ขึ้นมมีทั้งเรื่องความช้า เรื่องเสีย ในเรื่องของห้องน้ำนี่ดีใจมากๆ เพราะเรามองในเรื่องสุขอนามัยของนักเรียนอนุบาล”

    ตัวแทนนักเรียน “เรามีห้องคอมแต่มันก็เก่ามาก และบางอันมันก็เสียด้วย ก็รู้สึกดีใจที่มีคนมาช่วยพัฒนาโรงเรียน ดีใจมากๆ ค่ะ เพราะน้องๆ จะได้ใช้ห้องคอมเพื่อศึกษาเรียนรู้ค่ะ”

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากโครงการ


    ภาพประกอบ

    ภาพองคอมพิวเตอร์เก่าที่มีเครื่องคอมตกรุ่นเป็นจำนวนมาก

    ภาพระหว่างปรับปรุงห้องคอมพิวเตอร์ใหม่

    ภาพหลังจากซื้อคอมพิวเตอร์และโต๊ะเก้าอี้ รวมถึงตกแต่งห้องคอมพิวเตอร์ใหม่

    ภาพห้องน้ำอนุบาลก่อนการปรับปรุง ซึ่งจะมีคอมแอร์ขวางทางเข้าห้องน้ำ และไม่มีประตูเชื่อมเข้าห้องน้ำจากอาคาร ต้องเดินอ้อมมายังด้านหลัง

    ภาพระหว่างการปรับปรุงห้องน้ำอนุบาล

    ภาพห้องน้ำที่ปรับปรุงแล้ว ย้ายคอมแอร์ขึ้นข้างบนและทำประตูเชื่อมห้องน้ำกับตัวอาคาร

    ภาพพิธีส่งมอบงานโดยมีการแสดงจากคณะอาจารย์ กล่าวขอบคุณจากตัวแทนนักเรียน รวมถึงกิจกรรมแจกไอศกรีมให้กับนักเรียน

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > “สมุดบันทึกพิชิตมะเร็ง” เพื่อพลิกชีวิตผู้ป่วยมะเร็ง (ฉบับปรับปรุงใหม่ 2565)

    อัพเดทกิจกรรมโครงการสมุดบันทึกพิชิตมะเร็ง (ฉบับปรับปรุงใหม่ 2565) เพื่อผู้ป่วยมะเร็งเดือนเมษายนถึงกันยายน 65

    2 พฤศจิกายน 2022

    เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ทางผู้ดำเนินงานจึงได้มีโครงการทำให้แผนดำเนินการปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ในปัจจุบัน ดังนี้

    เดือนเมษายน - กันยายน 2565 : ทาง Art For cancer ได้จัดกิจกรรมเสวนาให้ความรู้แก่ผู้ป่วยมะเร็งและกิจกรรมสอนใช้สมุดบันทึกพิชิตมะเร็งร่วมกับ 11 โรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการในรูปแบบออนไลน์ ตามรายละเอียดดังนี้

    ครั้งที่ 1 : วันที่ 22 เมษายน 2022 งานเสวนาออนไลน์ให้ความรู้หัวข้อเรื่อง “ความหวังใหม่! วัคซีนรักษาเฉพาะบุคคลและเครื่องฉายแสงแบบตรงจุด” ร่วมกับโรงพยาบาบจุฬาลงกรณ์

    ครั้งที่ 2 : วันที่ 17 พฤษภาคม 2022 งานเสวนาออนไลน์ให้ความรู้หัวข้อเรื่อง “ไขความจริงเรื่องมะเร็ง เช็คให้ชัวร์ก่อนแชร์” ร่วมกับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ

    ครั้งที่ 3 : วันที่ 10 มิถุนายน 2022 งานเสวนาออนไลน์ให้ความรู้หัวข้อเรื่อง “วิธีตั้งรับกับมะเร็งระยะลุกลามและระยะสุดท้าย” ร่วมกับโรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น

    ครั้งที่ 4 : วันที่ 3 กรกฎาคม 2022 งานเสวนาออนไลน์ให้ความรู้หัวข้อเรื่อง “การฉายรังสี ความเข้าใจใหม่ที่ผู้ป่วยมะเร็งต้องรู้” ร่วมกับโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่

    ครั้งที่ 5 : วันที่ 27 กรกฎาคม 2022 งานเสวนาออนไลน์ให้ความรู้หัวข้อเรื่อง “มะเร็ง มรดกทางพันธุกรรม คุณเสี่ยงแค่ไหน?” ร่วมกับโรงพยาบาลมะเร็งอุบลราชธานี

    ครั้งที่ 6 : วันที่ 24 สิงหาคม 2022 งานเสวนาออนไลน์ให้ความรู้หัวข้อเรื่อง “รู้ทันมะเร็ง ตรวจคัดกรองมะเร็ง เช็คค่ามะเร็งจากเลือด สำคัญยังไง?” ร่วมกับโรงพยาบาลตำรวจ

    ครั้งที่ 7 : วันที่ 2 กันยายน 2022 งานเสวนาออนไลน์ให้ความรู้หัวข้อเรื่อง “การดูแลแบบประคับประคอง เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของผู้ป่วยมะเร็ง” ร่วมกับโรงพยาบาลภูมิพล

    ครั้งที่ 8 : วันที่ 6 กันยายน 2022 งานเสวนาออนไลน์ให้ความรู้หัวข้อเรื่อง “ถอดรหัส ทำนายวิธีการรักษามะเร็งที่เหมาะกับเรา” ร่วมกับสถานวิทยามะเร็ง ศิริราช

    ครั้งที่ 9 : วันที่ 8 กันยายน 2022 งานเสวนาออฟไลน์ให้ความรู้หัวข้อเรื่อง “LIVE AND DIE AS YOU DESIGN อยู่ได้อย่างใจ ตายอย่างที่ออกแบบ” ร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาภรณ์


    ครั้งที่ 10 : วันที่ 22 กันยายน 2022 งานเสวนาออนไลน์ให้ความรู้หัวข้อเรื่อง “ชีวิตใหม่หลังการรักษาของผู้ป่วยมะเร็ง” ร่วมกับโรงพยาบาลมะเร็งสุราษฎร์ธานี

    ครั้งที่ 11 : วันที่ 28 กันยายน 2022 งานเสวนาออนไลน์ให้ความรู้หัวข้อเรื่อง “ตรวจจับมะเร็งเต้านม รู้ไว รักษาเร็ว หายได้” ร่วมกับโรงพยาบาลมะเร็งลพบุรี

    เดือนตุลาคม - ธันวาคม 2565 : เริ่มลงพื้นที่สอนใช้สมุดบันทึกพิชิตมะเร็งตาม รพ.ที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งปัจจุบันโครงการบันทึกพิชิตมะเร็งมีจุดแจกจ่ายสมุดบันทึกพิชิตมะเร็งที่เข้าร่วมโครงการ 25 โรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยโครงการยังคงต้องการการสนับสนุนจากภาคเอกชนและประชาชนเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถส่งมอบสมุดบันทึกพิชิตมะเร็งให้ถึงมือผู้ป่วยได้ครบจำนวน 20,000 รายทั่วประเทศ


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > ช่วยช้างตกงาน ในชุมชนปกาเกอะญอ

    สร้างรายได้ให้กลุ่มควาญช้างและเกษตรกร เพื่อผลิดตอาหารช้างใน 5 ชุมชน อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่

    28 ตุลาคม 2022

    หลังจากเกิดวิกฤติจาก COVID-19 ปี 2563 การท่องเที่ยวหยุดชะงัก ปางช้างขาดรายได้จากนักท่องเที่ยว และปิดตัวลง ทำให้ครอบครัวควาญช้างและช้างต้องตกงาน คนไม่มีรายได้และช้างไม่มีอาหาร ควาญช้างและช้างต้องเดินเท้ากลับคืนสู่บ้านเกิด โดยมีช้างในพื้นที่ ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ที่ต้องเดินทางกลับบ้าน 120 เชือก กระจายอยู่ใน 5 ชุมชน นอกจากช้างแล้วควาญช้างอย่างน้อย 150 คน และสมาชิกใน 90 ครอบครัว กว่า 320 คนต่างได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด 19 การเดินทางกลับสู่ชุมชนครั้งนี้เกิดขึ้นโดยที่ไม่ได้ตั้งตัวและเตรียมความพร้อม ทั้งคนและช้างต่างเดือดร้อน เนื่องจากแหล่งอาหารตามธรรมชาติ และพืชอาหารที่มีอยู่ในชุมชนไม่เพียงพอต่อการบริโภคของช้าง คนเลี้ยงช้างเองก็ไม่มีรายได้พอที่จะเดินทางและซื้อพืชอาหารช้างได้

    ภายหลังจากที่ช้างกลับคืนถิ่น มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเบื้องต้น ด้วยการระดมทุนจัดซื้ออาหารให้กับช้างในพื้นที่ ในขณะที่ชุมชนทั้ง 5 ชุมชนได้ปรึกษาหารือเพื่อร่วมกำหนดทางแก้ไขปัญหาคนกับช้าง ทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับช้างและควาญช้าง และปัญหาผลกระทบของชุมชนที่เกิดขึ้นเมือช้างจำนวนมากกลับคืนสู่ชุมชน มูลนิธิรักษ์ไทยร่วมกับภาคีเครือข่ายฝ่ายปกครองอำเภอแม่แจ่ม และองค์กรภาคเอกชน ร่วมกันจัดประชุมหารือและกำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยสนับสนุนการตั้งกลุ่มผู้เลี้ยงช้าง กลุ่มกิจกรรมอาชีพเช่น กลุ่มสตรีผลิตข้าวซ้อมมือที่แบ่งรายได้เพื่อเลี้ยงช้าง กลุ่มโฮมสเตย์ศึกษาภูมิปัญหาปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยง) กับการเลี้ยงช้าง เพื่อให้เกิดการระดมทุนและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับควาญช้าง ช้าง และชุมชน

    กิจกรรมภายใต้งบประมาณจากการระดมทุนจาก เทใจ เพื่อต่อยอดแนวทางการแก้ไขปัญหาของควานช้าง ช้างและชุมชน มูลนิธิรักษ์ไทย ได้ดำเนินกิจกรรมดังนี้

    1. จัดประชุมกับคณะกรรมการกลุ่มผู้เลี้ยงช้าง ณ บ้านห้วยผักกูด ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมกำหนดแผนการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือควาญช้าง ช้าง และแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อชุมชนและทรัพยากรป่าไม้ ที่ควาญช้างปล่อยให้ช้างเข้าไปหากิน โดยมีแนวทางการจัดการคือ

    1. การส่งเสริมการปลูกพืชอาหารช้าง โดยสมาชิกในกลุ่มผู้เลี้ยงช้าง แต่ละรายที่มีพื้นที่เกษตรกรรมที่ปกติปลูกพืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยวจะแบ่งพื้นที่ปลูกพืชอาหารช้าง เช่น กล้วย หญ้า และอ้อยเป็นต้น
    2. การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม โดยในชุมชนมีกลุ่มโฮมสเตย์ของผู้เลี้ยงช้าง พร้อมขายกาแฟซึ่งเป็นผลผลิตการเกษตรในชุมชนสำหรับนักท่องเที่ยว
    3. การจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวศึกษาวิถีชีวิตช้าง คนเลี้ยงช้างและวัฒนธรรมชาวกะเหรี่ยง
    4. ประสาน องค์การบริหารส่วนตำบลและมูลนิธิรักษ์ไทย ศึกษาความเป็นไปได้ในการทำกลุ่มปุ๋ยหมักจากมูลช้าง

    2. กิจกรรมวันช้างคืนถิ่น ในวันที่ 28 มีนาคม 2565 ณ บ้านห้วยผักกูด ตำบลแม่ศึก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อกระตุ้นการการท่องเที่ยว และระดมทุนช่วยเหลือกลุ่มช้าง ควาญช้างในระยะยาว ในกิจกรรมครั้งนี้ มีหน่วยงานที่เข้าร่วม 10 หน่วยงาน 5 ชุมชน มีผู้เข้าร่วมทั้งหมดประมาณ 400 คน ในการจัดกิจกรรมช้างคืนถิ่น ได้มีการเสวนาถึงการท่องเที่ยวในชุมชนหลังโควิด โดยทุกภาคส่วนที่เข้าร่วมมองว่าจุดเด่นของชุมชนคนเลี้ยงช้างบ้านห้วยผักกูด คือ เป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การเลี้ยงช้าง ให้ช้างกลับมาอยู่ในพื้นที่ทั้งคนและช้างไม่ต้องอพยพไปทำงานต่างถิ่น ควาญช้างได้อยู่กับครอบครัวและสร้างพื้นที่อาหารให้กับคนและช้าง โดยการเพิ่มแปลงอาหารให้กับคนและช้างโดยการปลูกหญ้าอาหารช้าง ต้นกล้วย มะละกอ อ้อยฯ เพื่อลดการค่าใช้จ่ายที่ต้องซื้ออาหารในช่วงหน้าแล้ง ประเด็นสุดท้าย การท่องเที่ยวแบบโฮมสเตย์ เพื่อให้ชุมชนมีรายได้มากขึ้นและกระจายไปสู่ชุมชนอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

    ความประทับใจจากตัวแทนชุมชน


    นายสาธิต ตาชูความดี 
    อยากขอบคุณหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องและผู้บริจาคทุกๆท่านที่ช่วยเหลือช้างในพื้นที่แม่แจ่ม ความประทับใจที่เกิดขึ้นคือ ผมและชุมชนมองว่าวิกฤตโควิดก็เป็นโอกาสที่ทำให้ชุมชนมองเห็นปัญหา มองเห็นหน่วยงานที่มาช่วยเหลือ และเห็นว่าชุมชนเราเองก็มีศักยภาพในการพัฒนาให้เป็นที่ท่องเที่ยวได้ ไม่จำเป็นจะต้องออกไปรับจ้างข้างนอกชุมชนทั้งหมด ที่สำคัญคือมองเห็นการช่วยเหลือกัน ทั้งคนในและนอกชุมชนรวมถึงหน่วยงานทั้งในและนอกพื้นที่ ที่ร่วมช่วยเหลือไม่ขาดสาย ตลอดระยะเวลาที่เกิดการระบาดของโรค ชุมชนห้วยผักกูดเป็นที่พูดถึงกันอย่างกว้างขวาง ในเรื่องของวิถีคนเลี้ยงช้าง และที่พักโฮมสะเตย์ การท่องเที่ยวกับช้าง ทุกวันนี้ชุมชนเริ่มมีนักท่องเที่ยวเดินเข้ามาพักทั้งคนไทยและต่างชาติเพิ่มขึ้น


    นายดวงจันทร์ ธรรมชาติมณี
     ทุกวันนี้ผมมีแปลงหญ้าให้ช้าง สามารตัดได้ตลอดทั้งปี แปลงนี้มีอาหารให้คนในครอบครัวได้กินด้วย เช่น กล้วย อ้อย ผลไม้ และผักอื่นที่มีในแปลง ผมและครอบครัวไม่ต้องออกไปตัดหญ้าที่อื่นแล้ว ช้างที่มีอยู่ทุกวันนี้ คนในครอบครัวได้ดูแลอย่างใกล้ชิด ไม่ต้องออกไปรับจ้างภายนอก ครอบครัวมีความสุขกับการเลี้ยงช้างในชุมชน ผมอยากขอบคุณมูลนิธิรักษ์ไทยที่เข้ามาช่วยเหลือ ตั้งแต่เกิดโควิด จนถึงทุกวันนี้ก็ยังช่วยทุกวัน


    น.ส.ศรีทอง แซ่ตั้ง 
    ตอนนี้บ้านนากลางช้างทุกเชือกได้กลับไปทำงานในปางช้างแล้ว ประทับใจและดีใจมากตอนที่เกิดโรคระบาด ช้างตกงาน คนและช้างไม่มีรายได้ ได้มีคนเข้ามาช่วยเหลือ ตั้งแต่ให้เงินซื้อหญ้าให้ช้าง ให้แนวคิดในการปรับตัวช่วงช้างกลับบ้าน ให้เงินทุนในการปลูกหญ้า ทุกวันนี้ช้างได้มีหญ้ากิน ไม่ต้องออกไปหาไกล อีกความประทับใจคือ ช่วงที่ช้างไม่มีงานทำ กลุ่มผู้หญิงได้รวมกลุ่ม ทอผ้าขาย เช่นผ้าพันคอ ย่ามย้อมสีขี้ช้าง ทำให้ได้ขาย มีรายได้มาช่วยเหลือครอบครัวในช่วงที่ทุกๆคนไม่มีรายได้ แต่มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ 

    ภาพประกอบ


    งานช้างคืนถิ่น จัดในป่าชุมชน บ้านห้วยผักกูด มีนาคม2565 มีนายอำเภอแม่แจ่มเปิดงาน และมีการเสวนาการอยู่รอดของคนและช้างในช่าวงโควิด โดยมีหลายหน่วยงานร่วมเสวนา เช่น องค์การบริหารส่วนตำบลแม่ศึก ปกครองอำเภอแม่แจ่ม ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย มหาวิทยาลัยแม่โจ้ รพสต.ปางอุ๋ง มูลนิธิรักษ์ไทย และประชาชนทั่วไป สรุป ชุมชนคนเลี้ยงช้างและภาคีเครือข่ายมีแผนขับเคลื่อนการท่องเที่ยวในชุมขนแบบบูรณาการในระดับตำบล และ อำเภอ


    แปลงปลูกหญ้าอาหารช้างเพื่อความมั่นคงของคนและช้าง

    ผลผลิตแปลงปลูกหญ้าอาหารช้าง ตัดหญ้าหมุนเวียนแปลงละ 6 รอบใน 1 ปี

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สมทบค่าผ่าตัด "น้องมุก" หลังล้มเข่ากระแทกและตรวจพบมะเร็งเข่า

    "น้องมุก" อาการดีขึ้นและมีกำลังใจต่อสู้กับโรคมะเร็งกระดูก

    19 ตุลาคม 2022

    น้องมุกป่วยเป็นมะเร็งกระดูก ปัจจุบันรับการรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น น้องได้รับการผ่าตัดและนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 10 วัน หลังจากนั้นหมอได้นัดให้คีโมอีก 4 ครั้ง หลังจากรับการผ่าตัดหมอจะนัดติดตามเพื่อดูแผล พร้อมเอกซเรย์เป็นระยะ (วันที่ 10 สิงหาคม – 30 กันยายน 2565)

    • ครั้งที่ 1 พักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 5 วัน
    • ครั้งที่ 2 พักรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล 5 วัน
    • ครั้งที่ 3 พักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล 3 วัน
    • ครั้งที่ 4 พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล 5 วัน

    จากนั้นคุณหมอนัดติดตามาอาการ อีก 4 ครั้ง ในเดือนตุลาคม ดังนี้

    • ครั้งที่ 1 ตรวจหัวใจและเอกซเรย์
    • ครั้งที่ 2 นัดกายภาพ
    • ครั้งที่ 3 ตรวจเลือด ฟังผลการตรวจหัวใจ
    • ครั้งที่ 4 นัดเอกซเรย์

    ยายบอกว่า ไม่รู้ว่าต้องรักษาไปอีกนานเท่าไหร่ที่น้องมุกจะหาย ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่คอยให้การช่วยเหลือน้องมุกในเรื่องค่าใช้จ่ายการรักษา และดูแลให้กำลังใจน้องมุก ทำให้น้องมุกมีกำลังใจดีมาก ถึงจะเจ็บปวดเวลาที่ได้รับเคมีในการรักษา แต่น้องมุกก็อดทน น้องมุกอยากหายจะได้ไปเรียนหนังสือกับเพื่อน ๆ คุณครูที่โรงเรียนได้มาเยี่ยมน้องมุกสม่ำเสมอ นำหนังสือ แบบฝึกหัดมาให้น้องมุกทำและเรียนที่บ้าน น้องมุกดีใจที่จะได้กลับไปเรียนหนังสือกับเพื่อนอีกครั้ง

    ผลการรักษาของน้องมุก ดีขึ้นตามลำดับ

    น้องมุกที่อาการดีขึ้นและมีกำลังใจต่อสู้กับโรคร้าย เพื่อที่จะไปเรียนหนังสือและเจอกับเพื่อน ๆ


    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > Save Drop Out Students ต่อลมหายใจให้น้องได้เรียนจบ

    มอบทุนการศึกษาให้เด็ก ม.2 และ ม.3 ในภาคอีสาน จำนวน 151 ทุน

    14 ตุลาคม 2022

    ตามที่มูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (EDF) ได้ทำโครงการระดมทุนผ่านเว็บไซต์เทใจดอทคอม ระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2565 จนถึง วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 โดยมีเป้าหมายการระดมทุนอยู่ที่ 412,500 บาท เพื่อจะนำเงินบริจาคไปเป็นทุนการศึกษาให้กับเด็กนักเรียนชั้นม.2 หรือ ม.3 จำนวน 150 คนๆละ 2,000 บาท ซึ่งเป็นเด็กนักเรียนที่เรียนอยู่ในโรงเรียนประถมขยายโอกาสขนาดเล็กในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยนั้น หลังจากปิดโครงการสามารถระดมทุนได้เงินบริจาคทั้งสิ้น 414,904 บาท ซึ่งสามารถนำไปจัดสรรเป็นทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนที่เป็นกลุ่มเป้าหมายได้ทั้งหมด 151 ทุน

    ทางมูลนิธิกองทุนการศึกษาเพื่อการพัฒนา (EDF) ได้ทำการโอนเงินทุนการศึกษาให้แก่เด็กนักเรียนทุนทั้ง 151 คน เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2565 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ก่อนการโอนเงินทุนการศึกษานั้น มูลนิธิ EDF ได้ร่วมมือกับทั้งทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนแต่ละโรงเรียนในการช่วยคัดเลือกเด็กนักเรียนชั้นม.2 และ ม.3 ที่มีความจำเป็นในการขอรับทุนการศึกษา โดยพิจารณาจากจดหมายแนะนำตัวพร้อมรูปถ่ายที่ถ่ายคู่กับที่อยู่อาศัย รวมทั้งข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับรายได้ของครอบครัวของเด็กนักเรียน หลังจากพิจารณาข้อมูลเหล่านี้แล้ว ทางฝ่ายทุนการศึกษาจะทำการเช็คข้อมูลบัญชีธนาคารของเด็กนักเรียนแต่ละคน (บางกรณีอาจจะโอนไปที่บัญชีธนาคารของโรงเรียนก่อน) ก่อนจะทำการโอนทุนการศึกษา และหลังจากเงินทุนการศึกษาเข้าบัญชีธนาคารของเด็กนักเรียนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คุณครูที่ดูแลโครงการทุนการศึกษาจะทำการสแกนหน้าบัญชีธนาคารที่มีเงินเข้าและส่งมาในระบบของงานทุนการศึกษาของมูลนิธิเพื่อเป็นหลักฐานต่อไป

    นอกจากนั้น คุณครูที่ดูแลเรื่องงานทุนการศึกษาจะเป็นผู้ดูแลสมุดบัญชีธนาคารของเด็กนักเรียนทุนทุกคน ดังนั้นผู้บริจาคสามารถมั่นใจได้ว่าเงินทุนที่เด็กๆต้องการถอนไปใช้จ่ายนั้นจะนำไปใช้เกี่ยวกับการศึกษาแต่เพียงอย่างเดียว

    รายชื่อนักเรียนทุนที่ได้รับทุนการศึกษา จากโครงการ “Save Drop Out Students ต่อลมหายใจให้น้องได้เรียนจบ” โดยแบ่งเป็นเด็กนักเรียนชั้นม.2 จำนวน 44 คน และชั้นม.3 จำนวน 107 คน รวม 151 คน




    จากการมอบทุนให้แก่เด็กนักเรียน ทางมูลนิธิฯ ได้รวบรวมข้อมูลของเด็กนักเรียนที่ได้รับทุนเก็บเป็นสถิติของการรับทุนในครั้งนี้ได้ ต่อไปนี้

    อายุของเด็กนักเรียนทุน

    สถานภาพของครอบครัว

    ผู้ปกครองที่เด็กนักเรียนอาศัยอยู่ด้วยในปัจจุบัน

    ความประทับใจจากเด็กนักเรียนที่ได้รับทุน

    นางสาวสุพัตรา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านแกใหญ่ จังหวัดสุรินทร์

    “ครอบครัวดิฉันมีคุณตา คุณยาย คุณแม่ พี่ชายและน้องชาย พ่อกับแม่แยกทางกันตั้งแต่ดิฉันอยู่ป.1 หลังจากนั้นแม่ก็ไปทำงานต่างจังหวัด ดิฉันจึงอาศัยอยู่กับตายายที่มีอาชีพรับจ้างทำไร่ทำนา พี่ชายดิฉันเมื่อโตขึ้นก็ไปทำงานต่างจังหวัดและส่งเงินมาช่วยแบ่งเบาภาระของครอบครัวอยู่บ้าง พอดิฉันขึ้นชั้นม.1 ค่าใช้จ่ายในครอบครัวก็เริ่มมากขึ้น แม่ก็กลับมาอยู่บ้านเพื่อดูแลน้องเพราะยายแก่มากแล้วร่างกายไม่แข็งแรงดูแลไม่ไหว ดิฉันได้เงินจากเบี้ยเลี้ยงชีพคนชราของยายเป็นค่าใช้จ่ายในการไปโรงเรียน
    ดิฉันพยายามหางานเพื่อที่จะได้ไม่ต้องขอเงินยายอีก แต่ก็หาไม่ได้เพราะอายุยังน้อยไม่มีที่ไหนรับ จึงหันมาขายขนมที่โรงเรียน แรกๆก็ขายดีแต่หลังๆก็ไม่ค่อยดีเพราะโรงเรียนมีกิจกรรมมากและต้องอ่านหนังสือเพื่อเตรียมสอบด้วย
    หากได้ทุนการศึกษา ดิฉันจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์กับการเรียนให้ได้มากที่สุด เช่นนำไปซื้ออุปกรณ์การเรียนหรือนำไปใช้เป็นค่าใช้จ่ายที่โรงเรียน และจะนำส่วนหนึ่งให้ยายเก็บไว้เพื่อใช้ในยามลำบากจริงๆ สุดท้ายนี้ดิฉันขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่ได้สนับสนุนทุนการศึกษาต่อเด็กนักเรียนที่ครอบครัวยากไร้มา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ”

    นายอภินันท์ ลาน้ำเที่ยง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านนาคำ จังหวัดบึงกาฬ

    “ปัจจุบันผมอาศัยอยู่กับพ่อ แม่ใหม่ และตา ครอบครัวมีอาชีพรับจ้างกรีดยาง ตาของผมถึงแม้จะอายุมากแล้วแต่ก็ยังต้องทำงานเป็นหลักอยู่เพราะพ่อผมขาพิการ แต่ถึงกระนั้นพ่อผมก็พยายามทำงานให้ได้เพราะถ้าไม่ทำงานเลยเราจะไม่มีเงินไว้ใช้จ่ายในครอบครัว ส่วนผมเองหลังเลิกเรียนจะไปช่วยพ่อรับจ้างกรีดยาง แต่ด้วยสถานการณ์โควิด19 ที่ผ่านมาและข้าวของเครื่องใช้ที่ราคาแพงขึ้น พวกเราจึงจำเป็นต้องประหยัดอดออมมากยิ่งขึ้นเพื่อไว้ใช้ในยามจำเป็นและเพื่อเก็บไว้สำหรับการศึกษาต่อ เพระพ่อต้องการให้ผมเรียนสูงๆเพื่อที่จะได้ทำงานได้เงินเดือนดีและพ่อยังสอนให้ผมเป็นคนดีที่คอยช่วยเหลือผู้อื่นอยู่เสมอ ในอนาคตผมอยากมีงานที่มั่นคงเพราะจะทำให้ครอบครัวของผมสบายและผมสามารถเลี้ยงดูท่านในยามชราได้
    ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อท่านได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้วจะเมตตาและให้ความอนุเคราะห์ทุนการศึกษาเพื่อนำไปใช้ในการเรียนต่อไป ขอบพระคุณท่านผู้อุปการะทุนเป็นอย่างสูงครับ”

    ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการทำโครงการ

    ภาพประกอบ

    เด็กนักเรียนโรงเรียนโคกค่ายโคกใหญ่วิทยา จ.กาฬสินธุ์

    เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านโคกลำดวน จ.สุรินทร์

    เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านบัวเชด จ.สุรินทร์

    เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านผือ จ.สุรินทร์

    เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านโสน จ.สุรินทร์

    เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านหนองโจงโลง จ.สุรินทร์

    เด็กนักเรียนโรงเรียนราษฎร์พัฒนา จ.สุรินทร์

    เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านชุมแสง จ.สุรินทร์

    เด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านเหล่าหลวงเตาถ่าน จ.มุกดาหาร

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > สร้างศูนย์เรียนรู้และดูแลสุนัขบ้านหมายิ้ม

    แผนการใช้เงินโครงการสร้างศูนย์เรียนรู้และดูแลสุนัขบ้านหมายิ้ม

    14 ตุลาคม 2022

    หลังจากการปิดระดมทุนจากเทใจ โครงการสร้างศูนย์เรียนรู้และดูแลสุนัขบ้านหมายิ้ม ได้รับเงินบริจาคโครงการทั้งหมด 314,525 บาท โดยมูลนิธิบ้านหมายิ้มจะนำเงินบริจาคไปสมทบการก่อสร้างสร้างศูนย์ดูแลสุนัขบ้านหมายิ้ม  ที่ก่อสร้างแล้ว 90% และคงเหลือการชำระเงินในงวดสุดท้าย ซึ่งเป็นค่าก่อสร้าง งานฉาบ และงานก่ออิฐ เมื่อก่อสร้างเสร็จมูลนิธิฯ จะดำเนินการย้ายสุนัขของมูลนิธิฯที่ดูแลอยู่ 500 กว่าตัว เข้ามาอยู่ในศูนย์ฯ แห่งนี้

    คลิปบรรยากาศศูนย์การเรียนรู้และดูแลสุนัขชองมูลนิธิบ้านหมายิ้มแห่งแรกในพื้นที่ของมูลนิธิฯ

    ภาพประกอบ

    ศูนย์ดูแลสุนัขบ้านหมายิ้ม

    ด้านในศูนย์ดูแลสุนัข

    ประธานมูลนิธิบ้านหมายิ้ม "ขอขอบคุณผู้สนับสนุน และจะทำให้ดีที่สุดค่ะ"

    บ้านหมายิ้ม และ เหมียวเทใจ

    อ่านต่อ
  • ความคืบหน้าโครงการ > รวมพลังสู้ไม่ถอย... สนับสนุนแพทย์จุฬาฯ สร้างแอนติบอดีต้านโควิด-19

    แอนติบอดีต้นแบบสามารถยับยั้งการจับกันระหว่างโปรตีน RBD ของไวรัสSARS-CoV-2 กับโปรตีน ACE-2 ของมนุษย์ได้ 80 - 95%

    14 ตุลาคม 2022

    ส่วนของกระบวนการทดสอบคุณสมบัติของแอนติบอดีต้นแบบ จำนวน 12 ชนิด ในการยับยั้งการจับกันระหว่างโปรตีน RBD ของเชื้อไวรัสกับโปรตีน ACE-2 ในหลอดทดลองโดยวิธี ELISA (enzyme-linked immunosorbent assay) โดยการทดสอบดังกล่าวจะนำเอาแอนติบอดีต้นแบบมาทำการเจือจางที่ความเข้มข้นต่าง ๆ จากนั้นนำไปบ่มร่วมกับโปรตีน RBD ของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 สายพันธุ์ต่าง ๆ ที่ที่ติดฉลากด้วยเอนไซม์ HRP (RBD-labeled horseradish peroxidase) อยู่ จากนั้นนำไปใส่ในหลุมทดสอบที่มีโปรตีน ACE-2 บ่มที่อุณหภูมิ 37°C เพื่อให้เกิดการจับหรือยับยั้งระหว่างโปรตีน RBD กับ ACE-2 ในหลุมทดสอบ ต่อมาหลังจากทำการล้างโปรตีนที่ไม่ถูกจับในหลุมทดสอบออกไปแล้ว จะใส่สารตั้งต้น (substrate) เพื่อให้เกิดปฏิกิริยาที่มีสีขึ้น จากนั้นวัดค่าดูดกลืนแสงของแต่ละหลุมทดสอบและรายงานออกมาเป็น %การยับยั้งการจับกันระหว่างโปรตีน RBD ของไวรัสกับโปรตีน ACE-2 ของมนุษย์ ดังแสดงในรูป

    กลไกการทดสอบการยับยั้งการจับกันระหว่างโปรตีน RBD ของเชื้อไวรัสกับโปรตีน ACE-2 ในหลอดทดลองโดยวิธี ELISA

    โดยสรุป แอนติบอดีต้นแบบที่ได้ สามารถจับกับโปรตีนของไวรัสได้เป็นอย่างดี และสามารถยับยั้งการจับกันระหว่างโปรตีน RBD ของไวรัสกับโปรตีน ACE-2 ของมนุษย์ได้ วิเคราะห์ด้วย ELISA โดยมีค่า %การยับยั้งอยู่ในช่วง 80 - 95% ทั้งนี้ ทีมวิจัยได้วางแผนนำแอนติบอดีต้นแบบที่ได้ ไปทดสอบความสามารถในการยับยั้งไวรัสจำลอง (pseudovirus) หรือไวรัสจริง (live virus) ต่อไป

    ความประทับใจจากทีมนักวิจัย



    ภาพประกอบ

    กระบวนการวัดคุณสมบัติของแอนติบอดี

    กลุ่มเซลล์หลังการหลอมรวมภายใต้กล้องจุลทรรศน์

    การเติมสารละลายลงในหลุมทดสอบ

    ผลการทดสอบการคัดเลือกแอนติบอดีต้นแบบที่สามารถจับกับโปรตีน RBD ของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 สายพันธุ์ Delta ได้ในหลอดทดลอง

    ผลความสามารถของแอนนติบอดีต้นแบบ 6 แบบ ในการจับกับโปรตีน RBD ของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 สายพันธุ์ Delta ในหลอดทดลองโดยวิธี ELISA

    ผลความสามารถของแอนนติบอดีต้นแบบ 6 แบบ ในการยับยั้งการจับกันระหว่างโปรตีน RBD ของเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 สายพันธุ์ Delta และ Omicron BA.1 กับโปรตีน ACE-2 ในหลอดทดลองโดยวิธี ELISA

    อ่านต่อ